[FMA Fic]When the Sun goes down on Me-II[พยามAl/Ed]

posted on 07 Nov 2005 23:04 by astachan  in Fiction
พึ่งกลับมาจากมหาลัย เหนื่อยมากมาย ยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน -*- ก็ดันบ้าพลังสระผมตอนตีสี่ เอ้อ.....บ้าไหมเนี่ย -*- กลัวผมแห้งไม่ทันตอนเช้าอ่ะนะ เลยสระมันซะเลย เหอๆๆๆๆ เรียนตอนเช้า โฮกกกก เลคเชอร์มือหงิก ง่วงๆก็ง่วง หลับก็ไม่ได้อีก เพราะนั่งแถวหน้า -*-....ตอนบ่ายดีหน่อย ได้แอบงีบไปแป๊บนึง แต่อาจารย์แกปล่อยมุขตลอดคาบ - -....นั่งขำจนปวดท้องเลย เหอๆๆ

ได้กลับมาแก้เวิร์ดซะทีล่ะค่ะ หลังจากโพสแบบรั่วๆไปเมื่อคืนแล้ว -*- ขออภัยจริงๆที่พิมผิดเยอะมากๆ แงงงง มานั่งแก้ใหม่เกือบหมดแล้วนะคะ แต่ว่า ถ้ามีผิดตรงไหนขออภัยจริงๆเพราะว่า ไอ้อิ๋มยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยค่ะ T[]T.... เพราะว่ามีเด็กบ้าคนนึงตามมาหลอกหลอนทำให้นอนไม่หลับ แงงงง น้องใจร้ายยยย อย่ามาอาบน้ำให้เห็นในฝันเซ่!!!! อ๊ากกกก คลั่งงงงง เอาเหอะฮะ ไปอ่านกันดีกว่านะ ...... ไม่ไหวแล้ว ขอตัวไปหลับยาวๆสักงีบนะฮะ

Title:: When The Sun goes Down on Me [2/5]
Pairing ::
(พยาม)
Al/Ed -*-...
Rate :: Pg-15
(กร๊าซซซ มันเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)
มูฟวี่ สปอยล์อันใหญ่หลวงค่ะ และเรื่องราวในฟิคเป็น สองปีหลังจากที่เอ็ดและอัลกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ตอนที่หนึ่ง หาอ่านได้จาก REC ด้านซ้ายมือนะคะ ^^

When The Sun goes Down on Me 2

สายลมในฤดูใบไม้ผลิของชายฝั่งตะวันตกไม่ร้อนและหนาวเกินไป ในยามที่มันพัดเข้าปะทะกับใบหน้าจึงทำให้ไม่รู้สึกเหมือนโดนลมกระแทก เด็กหนุ่มซึ่งนั่งเอกเขนกอยู่ที่เบาะหลังจึงถือโอกาสมองดูปอยผมสีทองเข้มที่ถูกมัดรวบไว้บริเวณท้ายทอยของพี่ชาย เส้นผมบางเบาที่มักจะพริ้วไหวตามแรงไหวของสายลมหรือการเคลื่อไหวของผู้เป็นเจ้าของ มันเรียงเส้นพริ้วราวกับเส้นไหมมากกว่า และในยามที่มันแสงแดดอุ่นๆตกกระทบก็ราวกับจะทำให้มันดูเปล่งประกายมากขึ้นไปกว่าปกติ ความคิดในบางครั้งก็กำหนดการกระทำได้เช่นกัน อัลฟอนเซ่อดที่จะยกมือขึ้นไปลูบคลำมันไม่ได้ นับตั้งแต่เจอกันอีกครั้ง พี่ชายไม่เคยหรือแม้แต่จะคิดตัดผมทิ้งไป ตรงกันข้ามเขากลับรักษามันไว้ราวกับว่ามีความทรงจำล้ำค่าอยู่ในทุกอณูของเซลล์ประสาทที่เพิ่มพูนขึ้น แม้กระทั่งตอนนี้ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังสถานที่ที่ถูกเรียกว่า "โลกใหม่" แล้วก็ตามไหล่บอบบางของเอ็ดเวิร์ดขยับเล็กน้อยเมื่อหมุนพวงมาลัยรถ และในที่สุดเค้าก็ไม่อาจจะห้ามความรู้สึกของตัวเองให้สัมผัสพี่ชายได้แค่เส้นผมด้านหลัง....ยิ่งอยู่ใกล้กันก็ยิ่งรู้สึก.....

ชายหนุ่มเงยหน้าเหลือบมองดูกระจกหลังเมื่อรู้สึกได้ว่าถูกน้ำหนักกดทับอยู่บนบ่าของเค้า น้องชายขี้อ้อนกำลังวางซบศีรษะทุยๆลงกับกล้ามเนื้อใกล้ต้นคอ พฤติกรรมแนบตัวสัมผัสแบบนี้ที่น้องชายของเค้าแสดงออกมากขึ้นทุกวันนับตั้งแต่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน มากขึ้นและมากขึ้นจนเค้ารู้สึกได้ แต่เจ้าตัวก็คงทำได้แค่ตอบสนองการกระทำต่างๆนั้น ทั้งๆที่ในบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจกับความคิดบางอย่างของอีกฝ่าย ชายหนุ่มยกมือขึ้นขยี้ผมสีน้ำตาลทองของน้องชายเบาๆ ก่อนจะยกมือกลับมาวางไว้บนพวกมาลัยเช่นเดิม

"?...มีอะไรรึเปล่าอัล?....." เอ่ยถามเมื่อรู้สึกได้ว่าน้องชายยังคงติดหนึบอยู่ที่บ่าของตัวเอง "โตขนาดนี้แล้ว....ยังจะเล่นเป็นเด็กอีกนะ...."
"ความจริงผมไม่ต้องเรียนก็ได้นะฮะพี่.....ให้ผมไปช่วยงานของพี่ที่โรงถ่ายก็ได้นี่หน่า" บ่นอุบอิบออกอาการที่ปกติจะทำทุกๆเช้าให้เห็นในที่สุด เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้านิดๆก่อนจะตอบน้องชายของเค้า
"......ไม่ได้หรอกนะ ไหนๆนายก็สอบได้คะแนนสูงสุดของการสอบชิงทุนเรียนต่อไม่ใช่เหรอ?....ทั้งๆที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ทางมหาวิทยาลัยก็รับรองให้เข้าเรียนได้....นายจะปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ไปได้ยังไง" เขาร่ายยาว เล่นเอาเด็กหนุ่มผละตัวออกห่างกลับไปนั่งพิงเบาะเช่นเดิม "......เรื่องงานน่ะฉันทำคนเดียวก็พอ...เอาไว้นายเรียนจบเมื่อไหร่ ก็ค่อยหางานดีๆทำสิ..."
"สาขาเคมีบริสุทธิ์แบบนั้น ผมจะไปทำอาชีพอื่นนอกจากนักเคมีได้ไงล่ะพี่?....." เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจก่อน เนื่องจากความปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องนอนเบียดกันบนเตียงเล็กๆแคบๆ แต่เขาก็ไม่ได้ปริปากบ่นเรื่องนั้นออกมา เพราะรู้ดีว่าความคุ้มค่าที่ได้กลับคืนมาจากอาการปวดเมื่อยนั้นก็เท่าเทียมกัน
"......แล้วผมก็ไม่อยากให้พี่ต้องลำบากอยู่คนเดียวด้วย"

'......ฉันต่างหากล่ะ......ที่พานายมาลำบาก อัล....' ชายหนุ่มคิด เมื่อเลี้ยวรถเข้าสู่เขตของหอพักนักศึกษาก็จำต้องลดความเร็วลง เอ็ดเวิร์ดมองดูไปยังบรรยากาศรอบตัวที่เค้าสามารถสัมผัสได้จากนอกรถ บรรดานักศึกษาที่พามีคลาสในตอนเช้าและสายพากันเดินออกจากหอพักแต่ละหลังเพื่อไปเขตตึกเรียน บ้างก็หอบม้วนกระดาษ หนังสือ และสมุตโน้ตไปเต็มสองแขน บ้างก็เป็นคู่หนุ่มสาวที่เดินเคียงข้างควงแขนกัน บ้างก็กำลังขึ้นขี่จักรยานที่มีตำราเรียนอยู่เต็มตระกร้าหน้ารถ บางคนก็หัวเราะร่าเริงมีความสุข บางคนก็มีสีหน้าคร่ำเครียดที่อาจะมาจากคะแนนการสอบที่จะได้กลับคืนมาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เอ็ดเวิร์ดมองดูน้องชายผ่านกระจกหลังอีกครั้ง มันจะเป็นความผิดของเค้าไหมนะที่ทำให้น้องชายเพียงคนเดียวไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่ต่างๆเหล่านี้ กลับต้องมาติดแหง่กอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ อย่างที่เด็กในวัยนี้ควรจะเป็น...

"อัล...ทางมหาวิทยาลัยเค้าไม่ได้ว่าอะไรเรื่องที่นายไม่ยอมพักที่พอพักนักเรียนทุนหรอกนะ" เอ่ยถามน้องชายอีกครั้ง ทั้งๆที่ก็น่าจะได้คำตอบเดิมๆกลับมา
"พี่ฮะ.....ผมก็เคยบอกพี่ไปแล้วไงว่า ไม่เป็นไร....อีกอย่างผมก็อยู่ไปตั้งเดือนนึงเต็มๆแล้ว ก็คือว่าได้อยู่ไปแล้วน่ะแหละ" เด็กหนุ่มตอบแบบไม่ใส่ใจ เมื่อรถที่นั่งขับผ่านหอพักสำหรับนักศึกษาที่สอบได้ทุนในการเข้าเรียน เด็กหนุ่มสาวบางคนโบกมือให้เมื่อเห็นว่า เพื่อนร่วมคลาสของเค้านั่งอยู่บนรถ อัลฟอนเซ่จึงยิ้มตอบแล้วโบกมือกลับไปเป็นเชิงว่า
'แล้วเจอกัน'

นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทุกคนนั้น จำเป็นต้องเข้าพักในหอพักที่ทางสถาบันจัดเตรียมไว้ให้ แต่อัลฟอนเซ่ เอลริคนั้นก็หาทางบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ต้องอยู่ที่นั่นสำเร็จจนได้ หลังจากที่ต้องมากินนอนกับนักศึกษาคนอื่นๆเป็นเวลา1เดือนเต็ม.....1เดือนที่เค้าต้องห่างพี่ไป ถึงแม้จะยังได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์ทุกๆวัน แต่มันคงจะเทียบกับการได้แนบเนื้อแนบตัวอย่างที่ทำทุกวันได้อย่างไร ดังนั้นเค้าอ้างสาเหตุที่ไม่สามารถจะพักกับทางหอพักว่า เขาต้องดูแลพี่ชายที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ และจะยอมเข้าร่วมทำกิจกรรมด้านอื่นกับทางสถาบันแทน ดังนั้นตำแหน่งนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลจึงตกเป็นของเขาไปอย่างที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้

เอ็ดเวิร์ดรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยน้องชายของเค้าก็ยังมีเพื่อนพ้อง ต่างกับเค้าเมื่อครั้งมายังโลกใบนี้ใหม่ๆ....มีแค่พ่อ ซึ่งอยู่ด้วยกันไม่เท่าไหร่ก็จากไป จากนั้นก็ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับ.......

"พี่ฮะ.....จอดแถวนี้ก็ได้....เดี๋ยวผมว่าจะไปพบที่โค้ชก่อนจะเข้าเรียน" น้องชายร้องบอกเมื่อรถเริ่มเคลื่อนผ่านตึกอำนวยการ ซึ่งเป็นตึกแรกก่อนจะเข้าเขตตึกเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ เด็กหนุ่มคว้าตำราเรียนข้างๆตัวและเปิดประตูรถก้าวลงไป แต่ก่อนที่เดินขึ้นไปยังตึกเรียน เค้าก็หันกลับมาเกาะอยู่ที่ประตูรถฝั่งคนขับ "พี่อย่าพึ่งไปไหนนะ.....รออยู่นี่ก่อนเดี๋ยวผมกลับมา!!..."

ยังไม่ทันที่เค้าจะได้ตอบอะไรน้องชายก็วิ่งพรวดขึ้นไปบันไดของตึกอำนวยการไปซะแล้ว....ขณะเดียวกับที่มองตามด้านหลังของน้องชายไป ราวกับจะมีภาพซ้อนทับขึ้นมา.......

เด็กหนุ่มผมสั้นสีทอง ในเสื้อเชิร์ตผ้าอ็อกฟอร์ดสีขาว เอี๊ยมสีน้ำตาลไหม้ กับกางเกงขายาวสีเดียวกัน....กำลังก้าวไปตามขั้นบันไดของตึกสีขาว....

.......ราวกับจิตสำนึกภายในจิตใจนั้นจะกรีดร้องกู่ก้องออกมา......
ร่างเบื้องหน้าค่อยๆหันกลับมา.......ดวงตาสีครามเหมือนกับวันที่ปลอดเมฆฝน......รอยยิ้มที่อบอุ่นเสมอเมื่อได้มองเห็น......และเสียงทุ้มต่ำที่ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในความทรงจำ...

'.....คุณเอ็ดเวิร์ด.....'

แต่แล้วก็ราวกับภาพนั้นจะแตกสลายไปในทันที เมื่อบรรดานักศึกษาที่กำลังเร่งรีบเข้าชั้นเรียนพากันวิ่งก้าวกระโดดขึ้นบันไดผ่านไป....

"บ้าชะมัด.....เรานี่ตาฝาดอีกแล้วนะ...." พูดกับตัวเองแล้วหัวเราะเบาๆ กำมือที่เหมือนจะเอื้อมค้างในอากาศแน่น.....ก็น่าจะรู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้....

"ตาฝาดอะไรเหรอฮะ?......" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นใกล้ๆตัว ทำเอาคนที่กำลังครุ่นคิดสะดุ้งเฮือก...

"อัล!!..."
"เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ?......หน้าพี่ซีดๆยังไงไม่รู้นะ...." น้องชายขมวดคิ้วพลางยกมือขึ้นนาบที่หน้าผากของพี่ชาย แต่เอ็ดเวิร์ดกลับได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน
"ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากได้มั๊ยอัล....พี่ก็ยังแข็งแรงดีเนี่ยแหละ!
" ยกแขนพร้อมกับยิ้มแสดงให้รู้ว่าไม่เป็นไร "ว่าแต่ไม่รีบไปเรียนเดี๋ยวจะสายนะ...."
"รู้แล้วล่ะครับพี่......ก็แค่..."

"อัล~~....สายแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่ทันอาจารย์ขานชื่อหรอก!"
เสียงใสๆร้องเรียกมาจากฝั่งตึกเรียน ทั้งสองพี่น้องต่างหันไปมอง ก็พบกลุ่มนักศึกษาชายหญิงจำนวนนึง เด็กสาวผมสีทองหนึ่งในจำนวนนั้นกำลังโบกมือร้องเรียก...แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองกำลังอยู่กับใครก็ชะงักนิดนึง

"นี่ฮะพี่......ตั๋วที่นั่งการแข่งของผมวันนี้....ที่สเตเดี่ยมเดิม เริ่มตอนหกโมงครึ่งนะฮะ" อัลฟอนเซ่ยื่นกระดาษใบเล็กๆให้พี่ชายซึ่งยิ้มรับ ก่อนจะคว้าไหล่เล็กๆเข้ามาใกล้แล้วใช้ริมฝีปากของตัวเองสัมผัสลงกับหน้าผากของผู้เป็นพี่ เหมือนกับพี่ทำทุกๆวัน โดนไม่สนใจว่าจะมีใครมองด้วยสายตาแปลกๆ เด็กหนุ่มยิ้มร่างเริงก่อนจะโบกมือลาอีกครั้ง...

"........." เอ็ดเวิร์ดได้แต่มองตั๋วที่นั่งในมือ ถึงแม้การไปดูน้องชายลงแข่งทุกๆครั้งจะไม่ได้ช่วยให้อะไรมากก็ตาม แต่อย่างน้อยการได้เห็นอัลมีความสุขกับการแข่งขันก็ทำให้ภายในหัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง เพราะตัวเค้าเองที่ทำให้น้องชายมีช่วงชีวิตที่ขาดหาย ไม่ปะติดปะต่อกันแบบที่เป็นอยู่....เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ค่อยๆออกรถ....เพื่อไปยังสถานที่ทำงาน....

"นายนี่มันลูกแหง่ติดพี่ชะมัดเลยว่ะ" บรรดาเพื่อนๆ แซวเมื่อเด็กหนุ่มวิ่งมารวมกลุ่มเพื่อเดินไปเข้าชั้นเรียนด้วยกัน
"นี่ถ้าพี่แกเป็นผู้หญิง.....ฉันจะไม่ค่อยสงสัยเลยนะ ที่แกหวงนักหวงหนาเนี่ย..." เพื่อนอีกคนพูดขึ้นมา
"แต่ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกแกว่ะอัล......มีพี่สวยขนาดนี้....ต่อให้เป็นผู้ชายฉันก็หวงเหมือนกันฟ่ะ...." อีกคนพูดต่อไป เด็กหนุ่มไม่ได้โต้ตอบอะไร ยังไงเค้าก็ไม่แคร์อยู่แล้วว่าเพื่อนๆจะคิดว่าเค้าผิดปกติ หรือ เป็นเด็กอ้อนพี่ก็ตาม......
"อ้าว.....แอนเน็ตต์หายไปไหนแล้วล่ะ?" เด็กหนุ่มเอ่ยถามหาเด็กสาวที่ยังร้องเรียกเค้าอยู่เมื่อครู่......
"เดินลิ่วๆไปโน้นแล้ว" เพื่อนคนนึงชี้ไปยังกลุ่มสาวๆด้านหน้า ผมหางม้าสีทองของเด็กสาวสะบัดไปมาพร้อมกับจังหวะการเดิน ท่าทางตึงตังราวกับว่าไม่พอใจอะไรซักอย่าง "....ตั้งแต่นายอ้อนพี่ชายยังกะเด็กสิบขวบน่ะแหละ"
"แหงล่ะ......ยัยนั่นยังชอบนายอยู่นี่หว่า.....โดนนายบอกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า รักพี่ตัวเองมากกว่าเนี่ยนะ....เหอๆๆ คงยอมรับได้หรอก" เพื่อนหนุ่มตบไหล่อัลฟอนเซ่เบาๆ แต่เค้าเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก นับตั้งแต่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันกับพี่อีกครั้ง.....ก็ไม่มีอะไรทำให้ไขว้เขว้ได้อีกแล้ว.....

* * * * * * * *

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเอ็ดเวิร์ด....วันนี้ฝ่ายเสียงติดต่อมาว่าแก้แทร็คให้สั้นลงเรียบร้อยแล้วนะคะ....แล้วก็...อุปกรณ์ที่สั่งไปจะมาส่งวันนี้ตอนบ่ายสองโมงค่ะ...." ผู้ช่วยสาวพูดรัวเร็วบอกตารางวันนี้ให้กับชายหนุ่ม เมื่อเค้าก้าวเข้าไปยังสตูดิโอซึ่งใช้สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ ขณะเดินไปยังออฟฟิสหล่อนก็ยังพูดต่อไป เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

"ไง เจ้าหนู!! ไปส่งน้องชายมาเหรอ ถึงมาเอาป่านนี้น่ะ" เสียงทุ้มๆร้องเรียกมาจากด้านหลังก่อนแขนใหญ่ๆจะคว้าคอของร่างที่เตี้ยกว่ามาประชิด ".....อ้าว....ความสูงยังไม่เปลี่ยนแปลงเลย ฮ่าๆๆๆ"

"อ่อก!....ปล่อยฉันเซ่!....แล้วแกว่าใครเตี้ยจนมองไม่เห็นฟะ!!...." ยังคงถูกกระตุ้นด้วยคำที่ทิ่มตำมาตั้งแต่เด็ก แล้วยิ่งคนแซวดันไปหน้าตาคล้ายคลึงกับผู้บังคับบัญชาเมื่อครั้งยังอยู่ที่โลกเดิม ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ขุ่นมันเพิ่มขึ้นไปอีกนิดหน่อย ร่างบางมุ่ยหน้ามองตาตี่ๆ กับหัวกลมๆเหมือนลูกชิ้นปิ้งไหม้
"มองอะไรจ้ะ.....นี่ฉันหล่อขนาดนายตกตะลึงไปเลยเหรอ??" ว่าแล้วก็เก็กหน้าหล่อขึ้นมาทันที

-ผั๊วะ!!-
เสียงปึกกระดาษฟาดลงบนกลางศีรษะกลมๆ ก่อนเสียงเย็นๆจะตามมา
"ถ้าว่างนักล่ะก็.....เอาสตอร์รี่บอร์ดไปแก้ซะทีสิคะหัวหน้า....." หญิงสาวสวยเท้าสะเอวอยู่ด้านหลังพวกเค้า ใบหน้าบึ้งตึงเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างเล็ก "อรุณสวัสดิ์จ้ะ เอ็ดเวิร์ด...."
"สวัสดีครับคุณริซ่า.....ผมแก้แบบเรียบร้อยแล้วนะ....เดี๋ยวจะให้คนเอาไปส่งให้..." ชายหนุ่มตอบพร้อมยิ้มแย้ม เมื่อไหร่ที่เห็นสองคนนี้ ก็รู้สึกได้เหมือนกับครั้งยังอยู่ที่นั่น...
"อ้อ....อัลฟอนเซ่ น้องชายของเธออยู่ UCLA
ใช่มั๊ยจ้ะ?" หญิงสาวถามขึ้นขณะพยามไล่ต้อนหัวหน้าของตัวเองให้ไปทำงานต่อ

"ใช่ครับ...."
"รู้ข่าวเรื่องที่อาจารย์ของมหาลัยนั้นถูกฆาตกรรมรึเปล่าล่ะจ้ะ?.....รู้สึกจะยังจับฆาตกรไม่ได้ด้วยนะ...."

* * * * * * *

ทุกครั้งที่มีการแข่งขันระหว่างทีมระหว่างมหาวิทยาลัย บรรดานักศึกษาจากคณะต่างๆที่แม้จะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนก็จะมารวมตัวกัน เสียงอึกทึกตั้งแต่นักกีฬายังไม่ออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าดังกระหึ่มไปทั่วสนาม แม้ตัวเขาเองจะเคยใช้ชีวิตเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่ร่วมสองปี แต่ความแตกต่างของบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมกับเทียบกันไม่ติด เมื่อเสียงผู้บรรยายเริ่มกล่าวต้อนรับทีมเยือน เสียงเชียร์จากอัฒจรรย์ฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้น พร้อมๆกับนักกีฬาที่ถูกปล่อยตัววิ่งลงสู่สนาม และชายหนุ่มก็ต้องยกมือขึ้นอุดหูเมื่อผู้บรรยายประกาศก้องอีกครั้ง เสียงกลองและเสียงเชียร์ของบรรดานักศึกษากรีดร้องเชียร์ลั่นเมื่อนักกีฬารูปร่างสูงใหญ่วิ่งสู่สนามอีกครั้ง....

ไม่นานเขาก็เห็นน้องชายในชุดเครื่องป้องกันกระแทกที่นักกีฬาประเภทนี้ต้องสวมใส่ ผมสีทองเข้มโดดเด่นท่ามกล่างพื้นหญ้าที่มีเส้นคั่นเมตร เพื่อใช้ในการแข่งขัน ใบหน้านั้นยิ้มแย้มขึ้นเมื่อมองเห็นว่าพี่ชายนั่งอยู่ในตำแนห่งประจำบนอัฒจรรย์ พลางโบกมือไหวไปมารวากับเด็กๆ จนเพื่อนร่วมทีมต้องลากกลับไปรวมทีม เพื่อประชุมแผนครั้งสุดท้าย...

"นี่เธอดูสิ.....นั่นไงพี่ชายของอัลน่ะ..." เสียงยุบยิบดังลอยมาจากที่นั่งด้านบน หลังจากที่เค้าโบกมือกลับให้น้องชายไป
"เนี่ยนะพี่ชาย.....ดูยังไงก็ตัวเล็กกว่า แถมไว้ผมยาวยังกะเด็กผู้หญิงแหน่ะ
!!"
ชายหนุ่มพยายามอดกลั้นที่จะไม่เอาถังป็อปคอร์นของคนข้างๆ ปาไปยังต้นเสียง
"......ใครจะไปรู้ อาจจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆก็ได้ ห่วงใยกันจนออกนอกหน้าแบบนั้น...." เสียงสุดท้ายดังขึ้น จนในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวหันกลับไปมองจนได้...

"นี่!!.....พวกธะ..." แต่ก่อนที่เค้าจะพูดอะไรต่อ ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่า หนึ่งในบรรดาเด็กสาวที่เป็นต้นเสียงนั้น คือ คนที่ร้องเรียกน้องชายตัวเองเมื่อตอนเช้า ใบหน้าสวยน่ารักผมสีบลอนด์ทองที่มัดรวบไว้เป็นหางม้า ทำให้เขานึกถึงใบหน้าของคนในอดีตขึ้นมาจนได้ ".......วินรี่....."
"ต๊ายยยย หน้ายังกะเด็กผู้หญิงเลยเธออออ" เพื่อนสาวผิวดำที่นั่งข้างๆเด็กสาวคนนั้นพูดสีหน้าแปลกๆ แต่เอ็ดเวิร์ดกลับไม่ได้สนใจกับคำพูดที่ตามมาอีกยิ๊บย่อย เพราะเค้ากำลังจ้องหน้าที่คุ้นเคยของเด็กสาวคนนั้น เธอจ้องตอบกลับ แต่สายตานั้นทำให้เค้ารู้สึกถึงความไม่เป้นมิตรที่เจือปนอยู่ จนเมื่อสัญญาณนกหวีดเริ่มเกมส์นั่นแหละ....เธอจึงละสายตากลับไปจับจ้องยังสนามเบื้องล่างแทน

เอ็ดเวิร์ดนั่งดูการแข่งขัน ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะเข้าใจกติกาอะไรเท่าไหร่ แต่ก็มักจะมาเสมอๆตามคำขอร้องของน้องชาย อัลที่ความสูงไล่เลี่ยกับเค้ามาแต่เด็กกลับตัวโตแซงหน้าไปตั้งแต่เมื่อไรไม่อาจรู้ได้ อาจะเป็นเพราะกีฬาชนิดที่น้องชายเล่นต้องมีร่างกายสูงใหญ่ หรือเป็นเพราะอาหารการกินที่ดีขึ้น เมื่อไหร่กันนะที่เด็กผู้ชายนอบน้อม สุภาพ เปลี่ยนไปเป็นเด็กหัวแข็ง สนใจแต่เรื่องของคนเป็นพี่......น้องชายที่มักจะเข้าใจกันเสมอด้วยคำพูดแล้วการกระทำ.....ตอนนี้ทำให้เค้ารู้สึกได้ถึงความลับที่คนเป็นน้องไม่คิดจะบอกกล่าว

นับตั้งแต่ที่ตัวเขาและอัล รับข้อเสนอของฟริตซ์ แลง หรืออีกชื่อก็คือมาบูเซ่ ที่มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่เยอรมันนี และได้ติดตามขบวนอพยพชาวยิวที่หลี้ภัยสงครามที่อาจจะก่อตัวในไม่ช้าในเยอรมัน มาบูเซ่ได้ยื่นข้อเสนอว่าถ้าเค้าและอัลยอมรับตนเป็นพ่อบุญธรรมและเค้ายอมไปช่วยงานด้านภาพยนต์ ก็จะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและหาที่พักให้ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจและไม่ค่อยอยากรับข้อเสนอนี้ แต่น้องชายก็คะยั้นคะยอให้เขารับข้อเสนอนี้ หลังจากช่างใจอยู่เนิ่นนาน ก็ยอมตกลงในที่สุด หลังจากสามสี่เดือนในเรือเดินสมุทร เค้าและอัลก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และบนเรือนั้นเอง เขาทั้งคู่ก็ได้พบกับคณะบดีของ
UCLA ที่มองเห็นความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของอัล และให้โอกาสไปลองทดสอบข้อสอบเข้าของมหาวิทยาลัย ผลการสอบที่สูงลิบและหายากในช่วงเวลานั้นคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยกำลังขาดแคลน จึงรับน้องชายของเค้าเจ้าเรียนอย่างไม่ต้องสงสัย

ชายหนุ่มมองดูผู้เป็นน้องทำทัชดาวน์อีกครั้งก่อนจะปิดเกมส์ ด้วยคะแนนขาดลอย และเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกรอบ ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนมีเศษทิชชู่หล่นปุลงบนศีรษะ

"นี่นายน่ะ.....มาคุยกันทางนี้หน่อยสิ" เด็กสาวคนเดิมพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนจะเดินนำไปยังทางออก ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะลุกตามออกไป....คงไม่เป็นไรหรอกน่า กะอีแค่เด็กผู้หญิงสองสามคน....คิดแล้วจึงลุกขึ้นเดินตามผู้คนที่ทะยอยกันออกไปสู่ทางออก.....

* * * * * * *

"พวกนายมีใครเห็นพี่ฉันไหม?...." ร่างโซมเหงื่อของอัลฟอนเซ่ วิ่งถลันไปยังกลุ่มเพื่อนที่คาดว่าจะนั่งอยู่ใกล้กับพี่ชายของเค้า อาการหอบหายใจหลังจากใช้แรงไปอยู่มากทำให้ใบหน้าแดงก่ำ

"อ้าว.....ไม่ได้เดินออกไปกับยัยแอนเน็ตต์เหรอ?...."
"ฉันก็เห็นเหมือนกันนะ.....ออกไปทางโน้นน่ะ...." ว่าแล้วก็ชี้ไปยังเส้นทางที่พี่ชายใช้เดินไปได้สักพัก.....เด็กหนุ่มรู้ดีว่าทางออกนั้นจะไปหยุดอยู่ที่ใด จึงหันกลับไปยังห้องแต่งตัวเพื่อล้างคราบเหงื่อออกเสียก่อนอย่างไม่ได้คิดอะไร

* * * * * *

".......อ้าว......หายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย...." พูดเบาๆ เมื่อพบว่าทางออกที่เดินมาเรื่อยๆนั้นไปสิ้นสุดที่อัฒจรรย์อีกด้าน ที่บรรดานักศึกษาพากันทะยอยออกเช่นกัน เขาเดินฝ่าผู้คนก่อนจะชะเง้อมองไป แต่ก็เหมือนจะไม่พบเด็กสาวคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มยักไหล่ก่อนจะหันหลังกลับ แต่ในตอนนั้นขาก็เหมือนกับจะสะดุดอะไรบางอย่างทำให้ก้าวพลาดหงายหลังลงมา .......ในขณะที่คิดว่าจะต้องลงไปนั่งก้นกระแทกกับขึ้นบันไดแน่ๆ ก็รู้สึกได้ว่ามีสองแขนมารองรับตัวเค้าเอาไว้เสียก่อนจะลงไปนั่งจ้ำเบ้ากับพื้นปูน

"เป็นอะไรรึเปล่าครับ?....." ร่างที่หลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม ก้นกระแทกกับพื้น ค่อยๆลืมตาขึ้นมามองคนที่ช่วยเค้าเอาไว้
"ขอบคุ........อ่ะ....." แต่แล้วเมื่อเงยหน้าไปเห็นเจ้าของใบหน้าที่ช่วยเค้าไว้ ก็ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะเงียบงัน......

ผมสีทองสั้น.......
ตาสีฟ้าใส......
และรอยยิ้มแบบนั้น........

'นี่เรา....ตาฝาดไปอีกแล้วใช่มั๊ยนะ.....ฉันตาฝาดไปอีกแล้วใช่มั๊ยอัลฟอนส์.....ก็นายน่ะ....นาย.....
'

".....เป็นอะไรไหมครับ คุณเอ็ดเวิร์ด?....."

TBC
*EDIT*
มีเวลามาอีดิต นิดหนึง.....เมื่อกี้ รีบไปหน่อย -*- นึกว่ายามจะมาไล่แบบทุกวัน หุๆๆ วันนี้เกิดอะไรหนอ ไม่มาไล่ โห๊ะๆๆ ..... เป็นไงฮะ...ยาวสะใจกันไหม เอิ๊กส์ เอาล่ะ - -....จะบอกว่า อ่านตอนนี้กันแล้ว ลองเสนอ ซาวด์แทร็คกันเข้ามาสิฮะ ว่าสมควรจะเป็นเพลงอะไรดี อ่ะ หุๆๆ....!! เนื่องจากคนแต่งคิดไม่ค่อยออก เพราะว่าตอนสองนี่มันเป็นตอนที่ไม่ค่อยมีอะไร(เหรอ???)....ตอนหน้าสิ อ๊ากกกกก คนๆนั้นจะออกมาเป็นตัวแล้วววว พูดไปพูดมาก็ไม่ค่อยกล้าเอามายำใหญ่ใส่หมูยอเลยนะ แบบว่ากลัวแฟนคลับของเค้าปาเปลือกทุเรียนใส่ ฮ่าๆๆๆ -*-....งิ....แต่ก็นะ.....ดันหลุดไปแผล่บนึงแล้วอ่ะ ทำไงได้ ฮี่ๆๆๆๆๆ พบกันตอนต่อไปคร๊าบบบบบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกก อ่านไม่ทันเว้ยยยย
ห้องคอมจะปิดแล้ววววว พรุ่งนี้จะเม้นใหม่ กร๊ากกกกก
ตอนนี้ไปแล้ว แว๊บบบ

#1 By Riku陸 on 2005-11-07 23:17

เย้ๆ มาตามอ่านต่อแล้วค่ะ

อ๊ะ!! เค้าคนนั้นกลับมาจริงๆรึ?!!
ต้องติดตาม...ต้องติดตาม...
จิ้นแตกกระจาย เมื่อนึกถึงน้องในชุดอเมริกันฟุตบอล......

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กุตายห่าเลยดีม้ายยยยยยยยยยยยย

แฮ่ม......
แต่ว่านะ น้องแสดงออกอย่างเต็มที่กับพี่ชายอย่างแน่วแน่เสียจริง อาจเป็นเพราะเรื่องราวที่ผ่านมาด้วย ก้อเลยไม่อยากสูญเสีย ก้อเลยมั่นใจกับความรู้สึก

แต่ว่า พี่ของหนู เค้าไม่ได้คิดอะไรกับหนุเลยน้า แถมยังมองตาฝาดบ่อยๆ จนสุดท้ายมาเจอตัวจริงซะอีก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แต่...เข้มข้นๆ ขอบอก
อ่ะ ยาวซะจัย
ขอแปะเม้นก่อน จะกลับมาสูบอีกรอบบบ
ง่วงนอนมหาศาลเลยอ่ะ
อ้ากกกกกกกส์ ๆ >.<''
ตกกะมจหมดเลยอ่ะ ตอนที่พี่อิ๋มบอกว่านอนไม่หลับ มีเด็กไหนไม่รู้มากวนอยู่ได้ ...
ต๊กกะจัยจนไฟแลบแปล๊บ ๆ นึกว่าออมซะอีก ( เฮ้อ ! ก็เล่นโทร.ไปเลยนี่นา ^^'' ) ที่แท้ก็นู๋อัลนี่เอง ( โล่งไปเลย ... ) ... ฟิค ๆ ... เยี่ยมมากฮับ ^^ มาต่อเร็ว ๆ นะฮับ ^^ ...

/me รักพี่อ้ลที่ฉุดในโลก !!! ( ฉุด ? )

#5 By H Y D E ★ Z o r a ` on 2005-11-08 18:00

กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ต่อด่วน!!!

#6 By FaIry on 2005-11-08 18:22

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มาต่อด่วนนนนน มันมาแล้วใช่ม๊ายยยย

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หนุกโว้ยยยยยยยยยย

#7 By B E A V E R on 2005-11-08 18:59

>w< กรี๊ดด มาต่อเร็วๆนะค้า

โถ น้องอัล เข้าใจความรู้สึกนะ ฮึๆ
ถั่วยิ่งโตยิ่งสวยขนาดนี้ >//<



อ๊าก ไฮเดรๆ
รอตอนต่อไป *w*!

#8 By *kao* ตายสนิท on 2005-11-09 11:57

กลับมาคอมเมนต์อีกรอบ
น้องอัลจะเท่ไปถึงไหนกันเค่อะ
แมนจิงนะ 555

อ๊ากกกก คนๆนั้น (อ๊ากทั้งน้ำตา) กูจะดีใจหรือเสียใจดี

ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เอาตอนสามมาเว้ย

#9 By Riku陸 on 2005-11-09 15:39

โอ๊วววววววววววววววว!!!!!!!!!
He คนนั้นเขาคัมแบคมาแล้วรึเค้ออออออ อ๊ายยยยยยยย~~ (รอยยิ้มแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น.. อึ๊ยยย อยากเห็นน><//)

รออ่านตอนต่อไปนะค้า กี๊ดๆๆๆๆ อยากอ่านต่อ โฮกกกกกก!!!!

#10 By on 2005-11-09 18:59

ง่า ชอบจังเลย นู๋อัลเท่ ส่วนนู๋เอ็ดงาม
แต่งได้ไหลลื่นมากเลยค่า
>w< รอตอนต่อไป

แอดนะคะ

#11 By *zequs on 2005-11-10 22:22

ยาวสะใจดีมากครับ!!

อ่านแล้วแสนสงสารอัล เหมือนรักข้างเดียวเลย ซิกๆ แต่แบบนี้ก็สมเป็นเอ็ดดี

ไฮเดมาได้ไง!!?
(อ๊ากกก เจ้าอะไหล่ อย่ามาขัดขวางความรักของน้องกับพี่นะ แฮ่ๆ)

รออ่านต่ออยู่นะคร้าบ

#12 By TRipLE on 2005-11-11 14:59

ยาวสะใจมากเลยค่ะ ><

น้องหนูอัลกลายเป็นเด็กติด (หวง? หึง?) พี่ไปซะแล้ว เหอ เหอ มีพี่สวยขนาดนั้นเป็นใครก็หวงละ แต่คุณพี่นี่สิ ดูท่าทางจะไม่รู้ตัวเลย แถมยังจะผลักดันให้คุณน้องไปอยู่กับเพื่อนๆ อีก คุณพี่ขา...ไม่รู้เลยเหรอคะว่าคุณน้องน่ะ มีคุณพี่คนเดียวก็พอแล้ว

มาต่อเร็วๆ นะคะ ><

#13 By . on 2005-11-15 12:26

โอ้ย เพิ่งมาอ่าน สนุกมากๆๆค่ะ เป็นฟิคที่ใฝ่ฝันเรนะเนี่ย สุดยอดไปเร้ย
ต่อไวๆนะคะ ถูกใจเรื่องนี้อย่างแรง หุๆ

#14 By Tsukasa on 2005-11-19 15:49

อ๊ากกกกกกกกก!!!! ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!! มาต่อเร็วๆนะงับ อ๊ากๆๆๆๆ

#15 By Gu_Tango on 2005-12-04 12:22

เง้อO 0 นายอัลหวงเอ็ดจัง สุดๆเลย

ชอบๆๆ มาต่อเร็วๆๆน่า

#16 By ~yami~ on 2006-01-07 01:15

บอกได้ประโยคเดียวว่า~~~~ เอา.มา.ลง.อีก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

#17 By animeจัง (203.149.10.132 /192.168.0.175) on 2006-01-20 10:13

อยากอ่านต่อ >< ต่อเร็ว ๆ นะคะ >< ต่อเร็ว ๆ นะคะ ><


ปล.พวกเธอนี่ เห็นว่าสวยสู้เอ็ดไม่ได้ใช่มั้ยถึงได้หาเรื่องน่ะ :P

#18 By SakUYa (203.147.13.62) on 2006-01-22 18:12

จะอัพใช่ไหม? จะอัพใช่ไหม? จะอัพใช่ไหม? (ทำตาปิ๊งๆ)

#19 By fukaze (202.133.154.82) on 2006-02-14 21:20

ต่ออีกนะ

#20 By ริวซากิ (58.147.52.15) on 2006-02-18 14:49

ต่อเร็วๆนะคะ

#21 By animeจัง (203.149.10.132 /192.168.0.202) on 2006-02-20 12:09

อยากอ่านอีกจังงงงง รีบๆ เอาตอนต่อไปมาลงน่ะจะรอ

#22 By nil (125.24.67.246) on 2006-04-09 17:30

เม้นท์ให้แล้นอยากอ่ายฟิคริซ่าก่ะรอยอ่ะ

#23 By รักรอยมากเลย (58.147.107.205) on 2006-04-10 22:17

มาต่อเร็สๆจิคร้าบบบบบบบบบ
อยากอ่านจะลงแดงแล้วววววววว

#24 By shiekun (58.8.120.245) on 2006-10-06 16:52

Hello! Good Site! Thanks you! gqdcgbnanqh

#25 By qffnwimffz (212.107.116.240) on 2008-01-28 11:27