[FMA Fic]Peony Rhapsody[Heide/Al/Ed????]โหมดลำเอียงสุดชีวิต
posted on 13 Jan 2006 20:49 by astachan in Fictionอย่าพึ่งพูดอะไร........ไปอ่านกันเถอะ......เรื่องนี้เหนื่อยมากค่ะ ไม่เคยปั่นฟิคมาราธอนขนาดนี้มาก่อนเลย >[]<!!!!!!!!!!!!!
Title :: Peony Rhapsody [Heide/Al/Ed????]
Author :: AstaChan
Rate :: PG -13 หึๆๆๆๆ.......เฉพาะตอนนี้เท่านั้นแหละ
Warning :: ฟิคเรื่องนี้หักหลังคนอ่านค่ะ....ใครไม่อยากโดนหักหลัง อย่าอ่าน คึๆๆๆ และสปอยล์มูฟวี่นะจะบอกให้ ฮ่าๆๆ แอบออกตัวนะฮะ.....ว่าไม่ถนัดแต่ง3เส้าเลยจริงๆ....ทุกเรื่องที่เคยแต่งมาและเป็นสามเส้าตายห่ากันหมดเรื่องเลยฮะ กร๊ากกก -3-....ก็จะได้ไม่คิดมากดีไงล่ะ ไม่ต้องเลือกด้วย 5555+
Peony Rhapsody
Dear God, If you're the writer of our fate.
Do we have right to ask you, why did you want it this way?
Gave us sorrows, tear us apart.....
then heal us with these sweetness of all sins.
ถ้าหากสิ่งที่คุณต้องการที่สุด คือการได้กลับไปหาน้องชายของคุณ
ผมก็จะทุ่มเทกำลังที่มีอยู่เพียงน้อยนิด....และลมหายใจเฮือกสุดท้าย...
ทำทุกวิธีทางเพื่อให้สิ่งที่คุณต้องการนั้นเป็นจริง.....
เมื่อเวลานั้นมาถึง......ขอเพียงแค่คุณไม่ลืมผม.....
......ก็เพียงพอแล้ว......
~ปัง!!!~
วินาทีที่กระสุนพุ่งทะลุผ่านชำแรกผิวกายฝังลึกเข้ามานั้น ไม่แม้แต่จะเจ็บปวด ผมกลับรู้สึกชาไปทั่วร่างกาย ขาและแขนอ่อนแรงก่อนที่จะล้มลงไป เมื่อรู้สึกได้ว่าของเหลวอุ่นข้นนั้นกำลังไหลทะลักออกมาจนชุ่มเสื้อสีขาวของผม ตาพร่าเลือนก็มองเห็นสีแดงฉานจัดจ้านซึ่งเปรอะเปื้อนอยู่เต็มมือ และตอนนั้นความเจ็บก็แผ่ซ่านกระจายจากแผ่นอกเรื่อยออกมา เจ็บ.....อึดอัด....ราวกับมีบางอย่างมาจุกไว้ที่ลำคอทำให้หายใจไม่สะดวก
....หายใจไม่ออก.....
....ในอกมันอึดอัดเหมือนจะระเบิด.....
....แขนขามันไร้เรี่ยวแรง.....
....ดวงตาพร่าเลือน......
........นี่คือความตายงั้นสินะ.......
'นี่อัลฟอนส์....นายเนี่ยเหมือนน้องชายฉันยังกะพิมเดียวกันเลยน๊า....' เสียงนึงดังขึ้นมาในมโนจิต
'ฉันอยากให้นายได้พบกับเค้าจัง.....ทั้งนิสัย ทั้งการพูดจา.....ไหนจะหน้าตาอีก ถ้าใครมาเห็นคงจะคิดว่า พวกนายเป็นฝาแฝดกันแน่ๆเลย'
'ฉันล่ะอยากเห็นหน้าตาพอแม่นายจริงๆ ว่าเหมือนพ่อแม่ฉันรึเปล่า.....'
'...นี่อัลฟอนส์......ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ....นายจะไปกับฉันไหม?....'
"ขอ.....โทษ....นะครับ....คุณ....เอ็ด.....เวิร์ด......ผม...คง....."
คุณเคยจมน้ำไหมครับ?....
ในวินาทีที่ของเหลวรอบกายหลั่งไหลและโอบล้อมรอบตัว
ยิ่งตะเกียกตะกาย ก็เหมือนจะยิ่งสำลักเอาน้ำรอบกายเข้ามาในคอ
ยิ่งสะบัดขา ถีบน้ำให้เกิดแรงต้าน ก็ดูเหมือนจะยิ่งถูกดูดให้จมลึกลงไป
......จนอ่อนล้า.......ไร้เรี่ยวแรง........
ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด....ใต้ผืนน้ำ......
......อย่างโดดเดี่ยว......
ผมยังไม่อยากจะจากไปหรอกนะ.....
ผมยังอยากรอคอย และมองเห็นว่าคุณสามารถไปถึง ณ ที่แห่งนั้นได้จริง...
ผมอยากพบตัวตนอีกคนของผม.......
. . . . . . . . ผ ม ยั ง ไ ม่ อ ย า ก ต า ย. . . . . . . .
"......ฟอนส์!!!.......อัลฟอนส์!!!....." เสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล.....ผมคงจะข้ามประตูแห่งความตายมาแล้วสินะ.....
พระเจ้า....ขอบคุณนะครับ ที่ท่านให้ผมได้เจอเขาเป็นครั้งสุดท้าย......
".......พี่ฮะ!...รีกดปากแผลห้ามเลือดก่อนสิฮะ!....." อีกเสียงที่ดูเหมือนจะอ่อนวัยกว่าดังขึ้น ก่อนจะรู้สึกเหมือนกับว่าเลือดที่ไหลออกจากกายค่อยๆหยุดไปเพราะมือเล็กๆของใครอีกคนที่แนบกดอยู่บนผิวเนื้อ.....
"อัลฟอนส์.....นายอย่าเป็นอะไรไปนะ......ได้ยินไหม.....อัลฟอนส์!!....อย่าหลับนะ....ฉันจะพานายไปหาหมอนะ.....นายต้องอยู่กับฉันนะอัลฟอนส์!!!!!"
.....พระเจ้า......ท่านจะฟังคำขอสุดท้ายจากผมได้ไหมครับ?....
มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวก็ได้......แต่ว่า.....
แต่ว่า.....ผมยังไม่อยากจากเขาไป.......
ผมยังอยากมีเวลามากกว่านี้ ที่จะได้มองดูเขา......ได้ไหมครับ?
"อัลฟอนส์.....ทำไมไม่กินอีกนิดล่ะ?....ไม่อร่อยเหรอ?" เสียงของร่างที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมวางช้อนซุปลง ทั้งๆที่พึ่งทานไปได้ไม่เท่าไหร่ เอ็ดเวิร์ดซังขมวดคิ้ว มุ่ยหน้าก่อนจะพูดต่อไป "......ขอโทษทีนะ ฉันก็ทำอาหารไม่เป็นซะด้วยสิ.....นายก็น่าจะรู้ว่าฝีมือฉันมันเป็นยังไงอ่ะนะ"
"แน่นอนครับ....ถ้าคุณเป็นคนทำซุปชามนี้จริงๆล่ะก็....ผมคงจะกินไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ฮ่ะๆๆ" ผมพูดจาหยอกอีกฝ่ายอีกนิดๆ แบบไม่ได้คิดจริงจังอะไร
"หนอยยย.....ทำเป็นพูดดีนะอัลฟอนส์....." อีกฝ่ายเท้าเอว พร้อมหรี่ตา ".....ขอบคุณนะที่คอยเตือนว่าอาหารของฉันมันไม่ใช่อาหารที่มนุษย์เค้ากินกันได้น่ะ!!!"
"ว่าแต่...ใครทำเหรอครับ?.....โนอางั้นเหรอ? หรือว่าคุณเกรเซีย" ผมเอ่ยถามขึ้นมาอีก มองดูซุปอุ่นข้น หน้าตาประหลาด และถึงแม้ว่าเค้าจะกินไปได้แค่นิดหน่อย แต่ว่ารสชาติก็ดีมากเกินกว่าที่เค้าจะทำใจเชื่อได้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนทำมาให้เค้ากิน
"อัลต่างหาก.....หมอนั่นทำอาหารออกมารสชาติเหมือนกับคุณแม่ของฉันที่สุดแล้ว....." คุณเอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมรอยยิ้ม ผมมองเห็นและรู้สึกได้ว่าเขากำลังมีความสุขมาก ริมฝีปาก สีหน้า และดวงตา ทุกอย่างของเขายิ้มแย้ม แตกต่างกับช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะยิ้ม แต่แววของในสองตานั้นกลับไม่ได้แสดงออกมาว่ามีความสุข ".....ซุปนี่ คุณแม่ของฉันทำให้เราสองพี่น้องกินเสมอเลยเวลาที่ใครคนนึงไม่สบาย"
"เหรอครับ.....อร่อยดีนะครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว!.....เพราะฉะนั้นนายต้องกินเข้าไปอีกนะ.....จะได้หายไวๆ เข้าใจไหมอัลฟอนส์" ว่าแล้วคุณเอ็ดเวิร์ดก็ดันชามซุปเข้ามาหาตัวผม ราวกับจะออกคำสั่งว่าให้ทานให้หมด ผมถอนหายใจยอมแพ้ก่อนจะเริ่มตักซุปนั้นส่งเข้าปาก คนตรงหน้ายิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างห้องซึ่งเปิดกว้างให้ลมพัดเข้ามาระบายอากาศภายใน
หลังจากที่ผมรอดมาได้อย่างหวุดหวิดในวันนั้น หมอสามารถผ่าเอากระสุนออกมาได้ ก่อนที่ผมจะเสียเลือดจนช็อค ผมก็ย้ายกลับมาพักฟื้นที่บ้านเพราะว่าที่โรงพยาบาลนั้นไม่มีเตียงมากพอ ทางการต้องการพื้นที่ของโรงพยาบาลให้เป็นที่พักฟื้นของทหารที่บาดเจ็บ ผมมองดูคุณเอ็ดเวิร์ดที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างอย่างเงียบๆ สายตาทั้งคู่ของเค้าทอดมองลงไปยังนอกหน้าต่าง ริมฝีปากคลี่ยิ้มน้อยๆ ราวกับว่าเขาเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก
ขอบคุณนะครับ.....ที่พระองค์ยอมรับฟังความเห็นแก่ตัวของผม
......ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผม...ได้มีเวลาเพิ่มขึ้นมาอีกนิด.....
".....แล้วคุณอัลไปไหนซะล่ะครับ?" ผมถามออกไป คนที่ยืนพิงอยู่ข้างหน้าต่างตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองผม
"อ๋อ......อยู่ข้างล่างนั่นไง....." คุณเอ็ดเวิร์ดตอบกลับมา เปลี่ยนจากยืนพิงกับกรอบหน้าต่างมาเป็นท้าวสองแขนลงกับขอบไม้ ".....ช่วยคุณเกรเซียร์ขายดอกไม้อยู่ล่ะ......"
"งั้นเหรอครับ......"
"หมอนั่นบอกว่า.....ตอนนี้ก็คงจะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นแหละที่จะช่วยแบ่งเบาค่าเช่าบ้านได้......อะไรกัน ทั้งๆที่ฉันอยู่กับนายมาก็จะสองปีอยู่แล้ว ยังไม่เคยคิดถึงวิธีนี้เลย ฮ่าๆๆ"
"ไม่น่าจะต้องลำบากเลยนะครับ"
"หืม.....ฉันก็บอกอัลแล้วนะ.....แต่ว่า เจ้านั้นก็ดื้อเพ่งจะตาย....ฟังใครที่ไหนล่ะ เหมือนใครก็ไม่รู้"
เสียงหัวเราะของเขาฟังดูสดใสกว่าที่ผ่านๆมา.....
นี่สินะสิ่งที่คุณเอ็ดเวิร์ดต้องการตลอดเวลาที่ผ่านมา...
.........การได้อยู่ร่วมกับน้องชายอีกครั้ง........
"พี่ฮะ~~~~........" เสียงใสๆของเด็กชายดังลอยมาให้ได้ยินพร้อมเสียงฝีเท้า ทั้งผมและคุณเอ็ดเวิร์ดหันไปมองที่ประตูห้องโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่บานไม้จะถูกเปิดหวือออกและร่างเล็กของอัลฟอนส์อีกคนนั้นก็โผล่มา สองแขนหอบดอกไม้หลากสีมาด้วย รอยยิ้มบนใบหน้ามองดูคล้ายกับเทวดาตัวน้อยๆที่มีแต่ความร่าเริงสดใส ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน หากเพียงแค่ได้มองเห็นรอยยิ้มจริงใจแบบนั้นก็คงจะต้องคลี่ยิ้มตาไปด้วยแน่ๆ....ผมเองก็รู้สึกแบบนั้น
"อัลหอบดอกไม้ขึ้นมาด้วยทำไมเนี่ย?...." คุณเอ็ดเวิร์ดลูบผมสีมองที่ตัดสั้นแล้วของน้องชายอย่างเอ็นดู
"ก็เอามาให้คุณไฮเดริชไงฮะ...." เด็กชายที่หน้าตาเหมือนผมราวกับพิมเดียวพูดพร้อมยิ้มกว้างมาให้
"เอามาให้ผมเนี่ยนะครับ?....." ผมถาม พลางมองคุณอัลค่อยๆใส่ดอกไม้ลงในแจกันเปล่าๆข้างๆหน้าต่าง
"ฮะ......ก็คุณโนอาบอกว่า....ถ้าทำให้ในห้องสดชื่น คนป่วยก็จะหายเร็วนี่ฮะ......" เด็กชายตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองผมเพราะมัวแต่จัดการดอกไม้ในแจกันอยู่ มองไปมองมาแล้ว ก็ยังกับเห็นตัวเองในตอนอายุ13 กำลังพูดกลับมาอย่างไรอย่างนั้น คุณอัลตัดผมที่เคยไว้ยาวออกแล้ว เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็เคยเป็นของผมซึ่งถูกเก็บไว้ในตู้มานานแล้ว เสื้อเชิร์ตผ้าออกฟอร์ดกับกางเกงสี่ส่วนสีน้ำตาลหม่นๆ พร้อมกับเอี๊ยมสีเข้ม.....ทำไมถึงมีคนที่เหมือนตัวผมเองขนาดนี้อยู่จริงนะ?....แดดที่ส่องลอดออกมากระทบกับสองพี่น้องซึ่งยื่นอยู่ไม่ห่างกัน ก่อนคุณอัลจะหันไปหาพี่ชายของเขาพร้อมกับดอกไม้ดอกสุดท้ายในมือ ดอกลิลี่สีขาวสะอาด....
"ดอกนี้ของพี่ฮะ....." เขาพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะยื่นดอกไม้นั้นส่งให้ คุณเอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วนิดๆแต่ก็รับมา
"อะไรของนายอัล.....จู่ๆก็เอาดอกไม้มาให้ฉันเนี่ยนะ....นี่ข้ามประตูไปมาจนสมองไม่ปกติแล้วเหรอ?" พูดจาหยอกน้องชายเล็กๆ แต่รอยยิ้มก็ยังฉายออกมาให้ผมเห็น แล้วร่างที่เล็กกว่านิดหน่อยของคุณอัลก็พุ่งเข้าหาพี่ชายจนได้
"ง่า......พี่อ่ะ......ก็ผมอยากให้นี่ฮะ.....ไม่ชอบเหรอ?" เด็กชายกอดรัดร่างผอมบางของคุณเอ็ดเวิร์ดราวกับจะอ้อนพี่ชาย อีกฝ่ายเองก็กอดตอบไปเช่นกัน ".....มันก็แค่1อย่างในรายการที่ผมคิดเอาไว้ว่าจะทำหลังจากได้เจอพี่ต่างหากล่ะ.....รู้รึเปล่าลิลี่สีขาว หรือ คาซาบลังก้าน่ะ แปลว่าอะไร?"
"แปลว่าอะไรล่ะ?....." ไม่ตอบแต่กลับตั้งคำถามเสียเอง ยิ้มกลับไปให้น้องชายที่อยู่ในสองแขน
"ไม่รู้ก็ไม่บอกหรอกฮะ ฮ่ะๆๆๆ....." เด็กชายหัวเราะเบาๆ คุณเอ็ดเวิร์ดเองก็หัวเราะไปด้วยเช่นกัน ก่อนจะกอดน้องชายให้แนบแน่นกว่าเดิม.....
อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยมีพี่น้องรึเปล่านะ?.......
.....ถึงได้รู้สึกแปลกๆแบบนี้.....
หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่พึ่งจะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกับกันอีกครั้ง?...
.......แม้จะคิดแบบนั้น แต่ผมเองก็อดแปลกใจไม่ได้.....
ว่าพี่น้องทั่วไป......เค้าแสดงความรักกันแบบนี้หรือ?
วันและคืนค่อยๆเคลื่อนผ่านไปที่ละน้อย แผลของผมเริ่มดีขึ้นตามลำดับจากการดูแลของคุณเอ็ดเวิร์ดและน้องชายของเขา คุณอัลก็จะไปช่วยงานที่ร้านดอกไม้ที่ชั้นล่างของคุณเกลเซียร์เสมอๆ จนกลายเป็นที่รักใครของทั้งคุณเกลเซียร์เองและเพื่อนบ้านรอบๆข้าง แต่ไม่ว่าใครก็มักจะถามเสมอว่า คุณอัลนั้นเป็นน้องชายของผมสินะ ด้วยเหตุนี้ทำให้คุณเอ็ดเวิร์ดต้องประกาศตัวบ่อยๆว่าเขาต่างหากที่เป็นพี่ชายของคุณอัล ต่อด้วยอาการหวงน้องชายแบบออกหน้าออกตา
ถ้าจะถามว่า....ผมมีความสุขไหมในตอนนี้...
ใช่ครับ.......มีสิ......ผมมีความสุข....
ถึงจะบอกไม่ได้ว่าทำไม.....
......แค่ได้เห็นคุณเอ็ดเวิร์ดที่ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ใบหน้าหม่นหมอง
ยิ้มแย้มขึ้นมามากกว่าแต่ก่อน......ได้อยู่ร่วมกับคนที่เค้าต้องการมาตลอด
.....ผมก็มักจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว..
แต่ขณะเดียวกัน......ผมเองก็อดที่จะเหงาไม่ได้
......ในเวลาที่ผมมองดูสองพี่น้องเอลริค มีชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น....
ผมก็รู้สึกได้ถึงพันธนาการอันแข็งแกร่ง
ซึ่งไม่ว่าใครก็คงไม่สามารถทำลายมันลงได้
........แม้แต่ตัวผมเอง
"พูดอะไรของน่ะอัลฟอนส์.....ฉันกับอัลเนี่ยนะ?..." คุณเอ็ดเวิร์ดมุ่ยหน้า เมื่อผมพูดสิ่งที่คิดออกไปให้ได้ยิน สีเลือดฝาดบนแก้มแดงเรื่อขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ทันสังเกต
".....ครับพวกคุณทั้งคู่นั่นแหละ...." ผมยืนยันอีกครั้ง มองดูคุณเอ็ดเวิร์ดที่จัดดอกทิวลิปสีเหลืองลงในแจกันใบเดิมนั้น ".....ผมหมายความว่า.....ผมคุณดูสนิทกันมากเลยนะครับ....."
"หืม......คงเป็นเพราะเรามีแต่กันและกันมาตั้งแต่เกิดล่ะมั้ง?....." สีหน้าเพียงด้านข้างของอีกฝ่ายซึ่งผมมองเห็นนั้น แสดงออกชัดเจนแม้จะไม่ต้องมองตรงๆได้ว่า คนที่พูดกำลังมีความสุขมากมาย "......เราไม่เคยห่างกันเลย.....เราคือเงาของกันและกัน.....อาจารย์ของฉันเคยบอกพวกเราแบบนั้น....ตั้งแต่เด็กเราผูกพันธ์กันเพราะสายเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย.....แต่ตอนที่อัลสูญเสียร่างกายไป....เราสองคนถูกเชื่อมกันเพราะจิตวิญญาณ...." คุณเอ็ดเวิร์ดหยุดไปนิดนึงก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับจะกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง เขาหันหน้ามาทางผม "......นอกจากน้องชายของฉัน.....ฉันยังไม่เคยรู้สึกผูกพันธ์กับใคร...มากเท่ากับนายมาก่อนเลยนะ...."
"......." คำพูดของเขาทำให้ผมชะงักความคิดไปนิดนึง เอ็ดเวิร์ดซังยิ้มออกมาก่อนจะหันกลับไปนำดอกไม้ใส่แจกันต่อไป
ผมเคยคิดนะ.....ว่าในวันนึงถ้าคุณได้พบน้องชายของคุณแล้ว....
.....ตัวตนที่มีอยู่ของผมก็คงไม่สำคัญอะไรต่อไป.....
เพราะผมคงเป็นได้แค่ตัวแทนของน้องชายคุณ......
ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่มีตอนนี้มันคืออะไร......
......แต่ผมดีใจ.....ที่ตอนนี้ผมยังมีชีวิต และหายใจ.....
ได้มองดู......ได้สัมผัส.....พวกคุณทั้งสองคน.....
การคงอยู่ของทั้งผมและน้องชายของคุณ
เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้แล้วว่า.......ผมไม่ได้มีตัวตนเพื่อแทนที่ใคร
ผม...และ...เขา
มีตัวตนและจุดยืนของตัวเอง.....
ผม...และ...เขา
ต่างมีชีวิตและการคงอยู่
......เพื่อคุณเช่นเดียวกัน......
ผมคิดอย่างนั้น....
ในคืนนึงซึ่งท้องฟ้าเปิดทำให้มองเห็นดวงดาวซึ่งทอแสงเต็มท้องนภามืดมิด ผมซึ่งในตอนนั้นสามารถลุกเดินไปมาเองได้ตามปกติแล้ว กำลังจะเอางานวิจัยชิ้นต่อไปซึ่งทำวางทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่นกลับมาอ่านอีกรอบ ด้วยความเคยชินกับห้องเช่าที่อยู่มานาน ผมจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยแสงสว่างจากเทียนไขเพื่อนำทาง ผมเดินออกมาจากห้องนอนและห้องทำงานของตัวเอง แสงไฟจากห้องของคุณเอ็ดเวิร์ดและคุณอัลส่องลอดออกมาเพราะประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ เสียงพูดคุยเบาๆ ลอยออกมาให้ได้ยิน แต่ผมไม่ได้ใส่ใจ เอาแต่มองหาม้วนกระดาษที่ต้องการอยู่ จนมองเห็นมันนอนทิ้งตัวสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะอาหาร เมื่อหยิบมามาแล้วก็ค่อยๆเดินข้ามห้องกลับมา.....ในตอนนั้นที่ผมเผอิญไปได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องเข้าโดยบังเอิญ....
"พี่ฮะ.....ในโลกนี้.....มันผิดเหรอฮะ?.....ถ้าผมจะรักพี่มากที่สุด?"
"จู่ๆทำไมถามอะไรแบบนั้นล่ะอัล?......ไปฟังอะไรมาอีกล่ะ?"
"ก็คุณฮิวจส์เขาบอกว่ามันผิดปกตินี่ฮะ?....."
"แล้วนายเชื่อแบบนั้นเหรอ?"
"......."
"งั้นก็ดีแล้วล่ะ......ที่นี่อาจจะมีบางสิ่งที่แตกต่างไปจากโลกที่เราเคยอยู่....แต่ตัวเราไม่ได้ต่างออกไปสักหน่อย......ฉันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่มีต่อนายเหมือนกัน"
"..........ผมรักพี่นะ.......ผมรักพี่มากที่สุด......รักมาก.....ต่อให้โลกแตกสลายไป....ก็หยุดผมไม่ได้...."
"หืมมม......"
~ตุ้บ!~
ในตอนนั้นที่ผมรู้สึกเหมือนโดนฟาดเข้าที่กลางแสกหน้า กับภาพที่เห็นผ่านช่องว่างระหว่าบานประตู.......
ริมฝีปากที่ค่อยๆแตะสัมผัสกัน แต่เมื่อแนบสนิทแล้วก็ดูเหมือนหนักหน่วง ทำให้รู้สึกได้ถึงความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายที่ล้นปรี่ออกมา มือที่เล็กกว่าของอีกคนเลื่อนแทรกผ่านเส้นผมสีทองเข้าไปประคองต้นคอของคุณเอ็ดเวิร์ดเอาไว้
.......พี่น้อง.......
................พี่น้องกันไม่ใช่เหรอ?.....
...........พวกคุณเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอครับ?........
ความรู้สึกที่สะท้อนขึ้นมาในอกของผมไม่อาจบรรยายได้
ราวกับจะหายใจไม่ออก......เหมือนกับโดนตบหน้าหลายๆครั้ง....
........แต่ว่าเพราะอะไรกันล่ะ?.....
ความปั่นป่วนภายในจิตใจแบบนี้.....มันคืออะไรกัน?
~แกร่ก!~
"อรุณสวัสดิ์ฮะคุณไฮเดริช" เสียงใสๆดังขึ้นให้ได้ยินจากด้านหลัง ก่อนมือเล็กๆจะเอื้อมมาจับที่ต้นแขนราวกับจะบังคับให้ผมพลิกตัวกลับไปหา และเมื่อผมทำแบบนั้น รอยยิ้มใสๆเหมือนเทวดาตัวน้อยๆก็ฉายออกมาให้ได้เห็น
เหมือนกับภายในจิตใจจะถูกสั่นไหวไปกับรอยยิ้มแบบนั้น
......ลมหายใจมันติดขัด......
เสียงที่จะเปล่งออกมาพร้อมใจกันม้วนตัวหายกลับลงไปในลำคอเสียหมด.....
"เหงื่อแตกเต็มเลยนะฮะ......เป็นอะไรรึเปล่า?" อีกฝ่ายถามก่อนจะวางอ่างน้ำซึ่งปกติแล้วคุณเอ็ดเวิร์ดจะเป็นคนนำมาทุกๆเช้าลงที่โต๊ะใกล้เตียง ผมได้แต่เพียงส่ายหน้าช้าๆโดยไร้คำพูด เขามองผมอยู่ครู่นึงก่อนจะพูดต่อไป "ถอดเสื้อออกสิฮะ....."
"ฮ๊ะ?!?......อ่ะ....อะไรนะครับ?" จู่ๆผมก็รู้สึกราวกับตกจากที่สูง.....
"อ้าว......ผมบอกให้คุณถอดเสื้ออก....ไม่งั้นจะเช็ดตัวได้ยังไงล่ะฮะ?...." ใบหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนของผมเอียงคอนิดๆ พูดย้ำประโยคเมื่อครู่ ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดๆ เมื่อฟังจนจบ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง และค่อยๆแกะกระดุมเสื้อ อีกฝ่ายจุ่มผ้าลงไปในอ่าง ยกขึ้นมาบิดไล่น้ำออก จากนั้นจึงหันมาหาผมที่ถอดเสื้อออกไปจากตัวพอดี
มือเล็กๆของอีกฝ่าย ค่อยๆใช้ผ้าหมาดๆปาดลงไปบนผิวกาย เริ่มตั้งแต่ใบหน้า ไล่ลงมายังลำคอ แขนทั้งสองข้าง.....ก่อนผมจะขยับหันหลังให้อีกฝ่ายนาบผ้าเปียกนั้นลงที่แผ่นหลัง....
"เมื่อคืนนี้........" เสียงของคุณอัลดังอยู่ใกล้ๆต้นคอของผม มือเล็กๆนั้นยังค่อยๆเช็ดลงบนผิวเนื้อเปล่าๆของผม สิ่งที่เขาพูดออกมาทำให้ผมถึงกับหายใจติดขัด "......เห็นสินะฮะ"
".......อะ......อะไร.....เห็นอะไรเหรอครับ?" ผมพยายามข่มน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติ ภาพที่เห็นเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง รู้สึกโชคดีขึ้นมาที่ตัวเองนั่งหันหลังให้กับอีกฝ่าย แต่แล้วก็ได้ยินเสียงผ้ากระทบลงกับน้ำในอ่าง ก่อนจะรู้สึกได้ว่าบ่าทั้งสองข้างถูกกดทับลงมาด้วยแขนเล็กๆ ลมหายใจอุ่นที่สัมผัสได้อยู่ไม่ห่างจากหลังใบหู
".......ไม่ต้องแปลกใจหรอกฮะ........"
คำพูดของทำให้ผมชะงักไปทันที.....พร้อมๆกับที่ฝ่ามือเล็กๆของอีกฝ่ายแนบลงกับแผ่นหลังเปล่าของผม
"......เราทำแบบนั้นกันมาตั้งแต่เป็นเด็กๆแล้วล่ะ........"
นิ้วเรียวๆนั้นจิ้มลากลงไปตั้งแต่เนินหัวไหล่เรื่อยลงมายังแนวกระดูกสันหลัง ไม่รู้ว่าทำไมสัมผัสแผ่วๆนั้นทำให้ผมรู้สึกสะท้านขึ้นมาได้
".......แค่นี้คงจะช่วยให้คุณเข้าใจอะไรบ้างนะฮะ....."
ปลายนิ้วเลื่อนลงมาหยุดที่รอยแผลซึ่งกำลังสมานตัวหลังจากที่ถูกผ่าเอาลูกตะกั่วออกไป
".......ว่าต่อจากนี้ไป.......อย่ามาแตะต้องพี่ของผมอีก...."
มืออีกข้างที่วางอยู่บนไหล่ของผม จิกเล็บลงมาบนเนื้อ ราวกับลูกเสือที่ใช้กรงเล็บตะปบเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่า จึงต้องออกแรงกดจิกลงมามากกว่าปกติ
"......พี่ชายที่เคยเป็นของผม....และจะเป็นของผมตลอดไป...."
ทำไม......คำพูดมันถึงสามารถทำร้ายคนเราได้เจ็บขนาดนี้นะ
เจ็บกว่าลูกกระสุนที่ฝังเข้ามาในร่างกายของผม
เจ็บกว่าการโดนมีดคมแทงลงไปในเนื้อหนัง
เจ็บ........เจ็บ........เจ็บ
จนไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก
. . . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
. . . . . . .
. . . . .
. . .
"อัลฟอนส์~~........อ้าว.....ทำไมถึงอยู่มืดๆแบบนี้ล่ะ?" เสียงของคุณเอ็ดเวิร์ดดังขึ้นให้ผมได้ยิน ก่อนไฟในห้องจะสว่างขึ้น......ผมมองออกไปยังนอกหน้าต่าง แสงสีส้มของขอบฟ้าผสมๆกับสีเทาหม่นของความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา "......อัลฟอนส์?......" คุณเอ็ดเวิร์ดมายืนอยู่ตรงหน้าของผม เอียงคอมอง และถามต่อไป ".....เจ็บแผลเหรอ?....."
"......." ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง.....แผลน่ะไม่เจ็บหรอกครับ.....ที่มันเจ็บที่นี่ต่างหาก ที่หัวใจ.....แม้ว่าผมจะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร.....แต่ทำไมผมถึง....
"ปวดหัวเหรอ?......มีไข้รึปละ....."
~เพี๊ยะ!!!~
"อย่ามาจับนะ!!!"
ผมตะคอกอีกฝ่ายออกไปพร้อมกับปัดมือที่กำลังจะเอื้อมมาแตะที่หน้าผาก......ผมรู้ว่าคุณเอ็ดเวิร์ดไม่ได้ผิดอะไร.....ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปโกรธเคืองเขา.....แต่ทำไม....ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งทำใจไม่ได้
'.......อย่ามาแตะต้องพี่ของผมอีก....'
เสียงของใครอีกคนสะท้อนอยู่ในอก.....เหมือนกับเครื่องขยายเสียงคุณภาพดีเยี่ยม เพราะมันฟังดูชัดเจนเหลือเกิน
'.....พี่ชายที่เคยเป็นของผม....'
คนตรงหน้ามองดูผมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ......ในตอนนั้นที่ผมมองเห็นภาพซ้อนวาบขึ้นมาในสมอง....
' ....และจะเป็นของผมตลอดไป....'
ใบหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆแสนจะสดใสบริสุทธิ์ แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจจอมเจ้าเล่ห์
"ขอโทษครับ.....ผมไม่ได้เป็นอะไร" ผมเสหน้ามองไปเสียทางอื่น แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
".....อัลฟอนส์.....นายเป็นอะไรไปน่ะ?....บอกฉันได้นะ...." คุณเอ็ดเวิร์ดถามขึ้นมาอีก.....ผมพยายามปิดหูไม่อยากจะได้ยินอะไรทั้งนั้น
".....ถ้านายรำคาญฉันกับน้องมากนัก เราไปจากที่นี่ก็ได้...."
"ผมไม่ได้รำคาญพวกคุณนะครับ.....แต่ว่า....." ผมพยายามกลั้นความรู้สึกที่มีอยู่ มันยากเหลือเกิน ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เคยมีความคิดแบบนี้ในหัวมาก่อนเลยสักครั้ง "......ช่างมันเถอะครับ....คุณออกไปก่อนเถอะ"
"ไม่!!!" อีกฝ่ายพูดเสียงดัง "เราต้องพูดกันให้รู้เรื่องนะอัลฟอนส์....ฉันไม่ชอบเลยเวลานายงึมงำอะไรไปคนเดียวแบบนี้....มีอะไรก็พูดออกมาสิ!"
"ไม่ได้หรอกครับ.....ผมพูดออกไปไม่ได้หรอก!" ผมพยายามเลี่ยงเท่าที่จะทำได้ ขนาดผมเองยังไม่เข้าใจเลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร.....คุณอาจจะพูดถูกก็ได้ ผมก็แค่รู้สึกไปเอง....
"ทำไมล่ะ.....พูดออกมาสิ อัลฟอนส์.....ฉันมันไม่น่าเชื่อใจขนาดนั้นเลยรึไง?" เสียงของคุณเอ็ดเวิร์ดสั่นเครือ.....คุณร้องไห้งั้นเหรอ?....ร้องเพื่ออะไรกัน? ".....บอกมาเถอะนะ...."
"ผมบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ไงล่ะ!!!!"
~ปึง!!~
"ทำอะไรน่ะ!!!!" เสียงของเด็กชายดังขึ้นพร้อมๆกับบานประตูที่เปิดกว้างออก ทั้งผมและคุณเอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นไปมอง ใบหน้าดูครู่เดียวก็รู้ว่ากำลังไม่พอใจ ร่างเล็กเดินตึงๆมาหาพี่ชายของตัวเอง ยกมือขึ้นประคองใบหน้า พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำใสๆที่ปริ่มขอบตาออก
"พี่อย่าร้องไห้สิฮะ.....ผมไม่อยากเห็นพี่ร้องไห้เลยนะ...." น้ำเสียงห่วงใยเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันทีที่ร่างนั้นหันมาทางผม "คุณไม่มีสิทธิ์ทำให้พี่ผมร้องไห้!!!"
"แล้วคุณมีงั้นรึไงครับ!!" คำพูดโต้ตอบนั้นหลุดออกไปเองโดยที่ไม่ทันได้คิดไตร่ตรอง และดูเหมือนจะสะกิดอารมณ์ของคนฟังอย่างแรง ร่างเล็กคว้าแขนของพี่ชายแล้วเดินลากไปยังประตูห้อง เขาดันร่างของคุณเอ็ดเวิร์ดให้พ้นบานประตูไป พร้อมกับพูดว่า "พี่รอข้างนอกนะฮะ.....ขอผมทำความเข้าใจอะไรกับคุณไฮเดริชหน่อย!!!"
"ด่ะ....เดี๋ยวววว อัล....!!!"
~ปัง!!~
เมื่อประตูปิดลง......ทุกสิ่งก็เงียบงันลง......จิตใจที่ปั่นป่วนก่อนหน้านี้ของผมดูเหมือนจะยิ่งลุกโชนมากขึ้น เราทั้งคู่มองสบตากัน....แม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็สามารถมองเห็นตัวตนของตัวเองในแววตาของอีกฝ่ายได้
"......คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับพี่ผมแบบนั้น!...." ในที่สุดคุณอัลก็พูดขึ้นทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดนั้น
"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ" ผมถามออกไป.....แทบจะไม่รับรู้อีกต่อไปแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ ".....คุณอยากจะให้ผมทำยังไง?......บอกมาสิครับ"
"......บอกพี่ไปสิว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่....." คุณอัลพูดพร้อมยิ้มที่มุมปาก มองผมด้วยตาสีเปลือกไม้แสนเย็นชา ".....เพราะยังไงพี่ก็คงไม่ต้องการคุณอยู่แล้ว....."
ผมมองดูร่างเล็กๆนั้นยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ ความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นมาสักพักก็เริ่มจะชนะความรู้ผิดชอบที่อยู่ภายใน
"จะพูดว่าคุณเอ็ดเวิร์ดต้องการคุณงั้นสิ....." ผมลุกขึ้นยืน แผลที่เคยเจ็บแปล๊บๆเสมอเวลาที่ขยับตัวเร็วเกินไปก็กลับไม่รู้สึกอะไรอีก....สิ่งที่เจ็บมากกว่าคือในอกนี่ต่างหาก....เจ็บจนทำลายความรู้ชอบไปเสียจนหมดสิ้นแล้ว
"ก็นะ......พี่ก็ต้องการผมอยู่แล้ว.....เพราะผมมีแต่พี่....มาตลอด....อ๊ะ!!!"
~ปึง!!!~
ในตอนที่อีกฝ่ายกำลังไม่ได้ใส่ใจจะระวังตัว ผมก็คว้าไหล่เล็กๆให้ล้มกระแทกไปกับโต๊ะทำงานที่ยังมีกองกระดาษเขียนแบบกองอยู่ ก่อนจะยกแขนขึ้นคร่อมกักเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหน
"......ผมบอกคุณเอ็ดเวิร์ดไม่ได้หรอก....ว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา....." ผมพูดเสียงเย็น คนที่ไม่ทันตั้งตัวมีสีหน้าตกใจที่ถูกจู่โจม ".....เพราะผมรู้สึก.....รู้สึกมากด้วย......รู้สึกโมโหจนแทบจะเป็นบ้าเลยล่ะ.....เวลาที่เห็นพวกคุณอยู่ด้วยกัน...."
"พูดบ้าอะไรของคุ...อุบบบ.....อื้อออ!!!!" ก่อนที่ร่างเล็กกว่าจะได้ทันโต้ตอบอะไร สัญชาตญาณของผมก็สั่งการโดยอัตโนมัติให้โน้มตัวลงมาแนบริมฝีปากเข้าหาอีกฝ่าย ในตอนนี้.....อารมณ์ของผมอยู่เหนือทุกๆสิ่งแล้วจริงๆสินะ?
ลิ้นเล็กๆของเขาพยายามพลักไสผมออกไปในยามแรกเหมือนกันสองแขนที่พยายามดันร่างของผม แต่เนื่องจากน้ำหนักตัวและขนาดร่างกายที่ต่างกันทำให้เขาไม่อาจจะหนีผมไปได้อีก.....ผมสอดมือไปที่ต้นคอรั้งศีรษะให้เงยรับสัมผัสมากขึ้นกว่าเดิม จนเมื่อนานเข้าการต่อต้านนั้นก็เริ่มหายไป ลิ้นอุ่นของผมจึงบดเบียดเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ กดน้ำหนักเก็บเกี่ยวความหวามไหวจากอีกฝ่ายจนสาแก่ใจ จนเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างเล็กกว่าเริ่มหายใจติดขัดจึงค่อยๆปล่อยริมฝีปากอ่อนนิ่มนั้นให้เป็นอิสระ
"ผม....ขอโทษ....." ผมเอ่ยปาก ประคองใบหน้าเล็กๆของอีกฝ่ายเอาไว้ในสองมือ มองดูผิวหน้าแดงก่ำที่กำลังหอบหายใจน้ำใสๆปริ่มอยู่ที่ขอบตา ภาพที่เห็นทำเอาผมรู้สึกผิดกับการที่ปล่อยให้อามรณ์โกรธชนะจิตสำนึกขึ้นมาในทันที
"คุณ...ทำบ้า....อะไรน่ะ....." อีกฝ่ายพูดเสียงเบา พลางหายใจหนักๆ ก่อนจะใช้กำปั้นเล็กทุบอักที่หน้าอกของผม
"ก็แค่ทำอย่างที่ใจคิดไงครับ....." ร่างข้างใต้หยุดกึกไปทันทีที่ได้ยิน.......ทำสีหน้าไม่เข้าใจ ผมถอนหายใจก่อนจะพูดต่อไป ".....เฮ้อ.....อย่ามาถามผมนะ......เพราะว่าผมก็พึ่งจะรู้สึกตัวเมื่อกี้นี้เอง...."
ใช่......ในที่สุดผมก็เข้าใจเสียที
ว่าตลอดเวลา....สิ่งที่คอยกวนจิตใจของผมอยู่ตลอดมานั้น...
ไม่ใช่คุณเอ็ดเวิร์ด.....แต่เป็นเพราะคุณกับคุณเอ็ดเวิร์ดต่างหาก....
............นี่ผมชอบเด็กที่หน้าเหมือนตัวเองรึไงกันเนี่ย???
~ปึด!.....ปึด!.....ปึด!~
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องเอาสมองกลับมาทำงานพร้อมสายตา อีกฝ่ายก็ลังปลดเข็มขัดที่เอวของผม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มที่มุมปาก.....
"ขอโทษทีนะฮะ......แต่ว่าผมรักพี่คนเดียว...."
~แคว่กกกกกกกก!!!!!!~
ก่อนที่ผมจะเข้าใจอะไรอัลฟอนส์ เอลริคเด็กผู้ชายวัย13ปีที่หน้าตาเหมือนผมทุกประการยกเว้นตาสีน้ำตาลเหมือนเปลือกไม้ ก็ฉีกเสื้อเชิร์ตที่ตัวเองสวมอยู่ขาดติดหวิ่น ก่อนจะผลักผมออกจากตัวและพุ่งไปยังประตูห้องทันที เด็กชายคว้าลูกบิดเปิดออกก็จะถลาเข้าหาสองแขนของพี่ชายพร้อมกับคำพูดที่ทำให้ผมแทบจะสติหลุดอีกรอบ
"ฮืออออออ พี่ฮะ!!!!.....ช่วยด้วยยยยย!!!!.....คุณไฮเดริชรังแกผม!!!!"
"อัลฟอนส์!!!!!! นายทำอะไรน้องชายฉัน!!!!!!!!" คุณเอ็ดเวิร์ดแผดเสียงเมื่อมองเห็นสภาพน้องชายที่เสื้อขาดหวิ่นตาแดงก่ำ ริมฝีปากแดงช้ำ......มองดูยังไงก็ต้องโดนปล้ำแน่ๆ!!!!
"อ่า.....คือ......ผม....." ผมพยายามเดินเข้ามาใกล้ สมองคิดหาทางแก้สถานการณ์ แต่เมื่อคุณเอ็ดเวิร์ดมองเห็นขอบกางเกงที่ถูกเปิดแบบไม่เรียบร้อยของผมเท่านั้นล่ะ.....
"อัลฟอนส์ ไฮเดริช!!!!!!!!!!!! นี่นายทำฉันคนเดียวไม่พอ(?) ยังกล้าทำน้องฉันด้วยเหร๊ออออออ!!!!! ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เอาเลือดหัวนายออก อย่าเรียกฉันว่า เอ็ดเวิร์ด เอลริคอีกเลยยยยยยย!!!!!!!!!!"
"ผมไม่ได้ทำนะคร้าบบบบ"
พระเจ้าครับ.....
ตกลงท่านต่อเวลาเพิ่มให้ผมอยู่ต่อไปเพราะแบบนี้รึเปล่า?
ถ้าใช่ล่ะก็........ผมไม่รู้จะขอบคุณ หรือแค้นใจดี....
......ที่ท่านทำให้ผมต้องมาเจอตัวผมอีกคน.....ที่ชื่อ อัลฟอนส์ เอลริค...
Oh Dear God, Did you Happy yet?
For Messing our life and rewrite it again.
END (จบภาคปกติ)
Credit :: Riku :: ขอบคุณที่มาร่วมบ้ากันนะเจ๊.....วันหลังมาแต่ "รักนี้พี่ไม่เอาคืน" กันเต๊อะ~~~ >[]<!! อร๊ากกกก คุณปลัดดดดดดดดด และขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ.....บอกแล้วว่าไม่เชี่ยวคุณชาย งิ.....โทษทีที่ต้องหันไปกวนตลอดเลย ฮ่าๆๆๆๆ
Artist ที่วาดคู่น๊านนน :: อร๊ากกกก ใครรู้ว่าวาดดด นั่นล่ะใช่เลยยยย โฮฮฮฮกกกกก บ้าไปแล้ววววว
คุณ YokeK.N. :: ที่วาดโด คู่นั้นมาลงบล็อก ทำให้เรา เกิดอยากจะเขียนฟิคคู่นี้อีกรอบ อร๊กกกกกกกก วันหลังเขียนอีกนะฮ๊า~~ >w<v
Alphonse Elric :: ขอบคุณนะน้อง.....ที่เรื่องนี้ยอมเป็นเคะ (น้องอัล : ไม่เว้ยยยยยย ฉันไม่ย๊อมมมมม) หึๆๆ....สครีมไปเถอะ ภาคพิเศษโดนปล้ำแน่ หึๆๆๆๆ (หัวเราะ หื่นๆ)
พิเศษ.....ฟิคเรื่องนี้มีภาคต่อเรท NC-17 แต่จะส่งทางเมล์เท่านั้นค่ะ.....ใครที่คอมเม็นต์ฟิคเรื่องนี้แล้วทิ้งเมล์ไว้เราจะส่งไปให้ คิดว่าน่าจะเป็นอาทิตย์หน้า.....หึๆๆๆๆๆ.....ใครอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น.....อ่านแล้วเม็ต์+ทิ้งอีแมวไว้เด้อค่ะ กรั่กๆๆๆ
~*~
/me หัวเราะสะใจ โฮ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครโดนหลอก....อ่านมาจนจบขออภัยก๊าบบบบ.....-3-....เรื่องของเรื่องคือจะแต่งคู่ *ปี๊บบบบบ* ต่างหาก หึๆๆๆ.....คิดว่าเราจะลำเอียงคู่พี่น้องล่ะเซ่ กร๊ากกกก ม๊ายยยยยยย!! เดี๋ยวนี้อัพเดทแล้ว กร๊ากกกกกกกกก เอาล่ะฮะ.....หวังว่าจะไม่โกรธที่โดนหลอกอ่านนะฮะ อิๆๆๆ
เรื่องต่อไป (หลังจากภาคพิเศษ)....มาตายจมกองน้ำตากันเถอะ TwT....ฮืออออ....พี่น้องจงเจริญญญญญญ!!!! (แล้วนี่ฟิคเรื่องนี้มันพี่น้องเหรออออ!!!!)
ไปละคร๊าบบบบบบบ ขอหลบสหบาทาก่อนล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
/me ชะแว๊บบบบบบ
#EDIT#
เพิ่มเครดิตและฮะ.....เมื่อกี้กำลังสติหลุด รีบลงไปหน่อยโทษทีก๊าบบบบบ
edit @ 2006/01/14 22:17:09

...ทำไมคุณน้องถึง...ขนาดนี้นะ
คุณชายไม่น่าเลย ส่วนนังถั่ว เคยโดนสินะ หึๆๆๆ
ปล Have no my credit..=A=
#1 By Riku陸 on 2006-01-13 21:37